
ถ้าอยากกินขนมปุยฝ้าย หรือขนมถ้วยฟู ทำไมต้องรอให้ถึงเทศกาลตรุษจีน ? ลองมาทำกินเองเลยดีกว่า เพราะเราได้นำวิธีทำขนมปุยฝ้ายมาฝากกันแล้ว !
ปกติเราจะเห็นขนมปุยฝ้ายวางขายเยอะ ๆ ก็ในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพราะคนจีนมีความเชื่อว่า ขนมปุยฝ้ายเป็นขนมที่มีความหมายดี หมายถึง ความเฟื่องฟู ความเจริญงอกงาม และความรุ่งเรืองนั่นเอง นอกจากขนมปุยฝ้ายจะความหมายดีแล้ว ยังอร่อยอีกด้วย เสน่ห์ก็อยู่ที่เนื้อฟู ๆ นุ่ม ๆ นี่ล่ะ หอมกลิ่นมะลิ หรือบางสูตรก็ใส่กลิ่นนมแมวแบบโบราณ แถมสีสันยังสดใสชวนรับประทานซะจริง วันนี้เราก็เลยมีสูตรขนมปุยฝ้าย หรือสูตรขนมถ้วยฟูมาฝากให้ลองทำกันดู เป็นสูตรมาจาก คุณ RinS Cook Book สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม ที่มาพร้อมกับคลิปวิดีโอสอนทำขนมปุยฝ้ายให้เห็นกันเป็นขั้นเป็นตอนเลยทีเดียว ภาพสวย เสียงคมชัด ถ้าพร้อมแล้ว ก็ตามมาดูวิธีทำขนมปุยฝ้ายกันทางนี้เลยจ้า
สิ่งที่ต้องเตรียม
แป้งเค้ก 2+1/2 ถ้วย (หรือ 300 กรัม)
ผงฟู 1 ช้อนชา
ไข่ไก่ (อุณหภูมิห้อง) 3 ฟอง
น้ำตาลทราย 1+1/4 ถ้วย (หรือ 250 กรัม)
น้ำเปล่า (อุณหภูมิห้อง) 1 ถ้วย
สารเสริมคุณภาพสำหรับทำขนมเอสพี (SP) 4 ช้อนชา
นมข้นจืด 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำหอมกลิ่นมะลิ 1 ช้อนชา (หรือน้ำหอมกลิ่นนมแมว 2 หยด)
สีผสมอาหาร (ตามชอบ)
วิธีทำ
ร่อนแป้งเค้ก กับผงฟูเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
ใส่ไข่ไก่ น้ำตาลทราย และน้ำลงในอ่างผสม จากนั้นป้ายสารเสริมคุณภาพบนหัวตีรูปตะกร้อ ตีผสมด้วยความเร็วสูง นานประมาณ 3-5 นาที หรือจนส่วนผสมขึ้นฟูเป็น 3 เท่า
ลดความเร็วเครื่องตีลง ใช้ความเร็วต่ำ จากนั้นค่อย ๆ ตักแป้งใส่ลงไปตีผสมจนหมด ปาดข้างอ่าง ตีผสมจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว ค่อย ๆ เทนมข้นจืดลงไป ตามด้วยน้ำมะนาว และน้ำหอมกลิ่นมะลิ ตีต่อประมาณ 30 วินาที ปิดเครื่อง คลุมอ่างผสมด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำหมาด ๆ พักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เพื่อให้ส่วนผสมขึ้นฟู
ใส่น้ำลงในชุดนึ่ง นำขึ้นตั้งไฟแรงจนน้ำเดือดจัด
เมื่อครบเวลา ใช้พายยางคนตะล่อมแป้งให้เข้ากันอีกครั้ง แบ่งแป้งผสมสีผสอาหารตามชอบ เตรียมไว้
วางถ้วยกระดาษ (ถ้วยจีบ) ลงในพิมพ์อะลูมิเนียม ตักส่วนผสมแป้งใส่ประมาณ 3/4 พิมพ์ จากนั้นวางเรียงในชุดนึ่ง (โดยวางถ้วยให้ระยะห่างกันประมาณ 2 ซม. เพื่อให้ความร้อนกระจายขึ้นมาอย่างทั่วถึง) จากนั้นนำไปนึ่งด้วยไฟแรง นานประมาณ 15 นาที นำออกจากชุดนึ่ง แกะขนมออกจากพิมพ์ พร้อมเสิร์ฟ
ใครอยากลองทำขนมปุยฝ้ายน่ารักน่ากินแบบนี้ก็ลองตามเข้ามาดูวิดีโอสอนทำขนมปุยฝ้ายกันต่อได้ที่คลิปวิดีโอข้างล่างนี้เลยจ้า
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Rin Silpachai, คุณ RinS Cook Book สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม