
1. บทสนทนาจะไม่โดดเดี่ยว ลองสังเกตดูสิว่า เวลาที่คุณพิมพ์ข้อความส่งไปหรือทักทาย อีกฝ่ายมักจะไม่ทิ้งให้คุณต้องโดดเดี่ยว ถ้าเขาติดธุระก็จะบอก หรือตอบกลับมาภายในเวลาไม่นาน ถ้าถาม 10 แต่ตอบมาแค่ 1 หรือปล่อยให้คุณโดดเดี่ยวอยู่ซ้ำๆ นั่นแสดงว่าคุณอาจจะยังไม่เข้าตา ต้องหาวิธีอื่นเข้าช่วย แต่ถ้าเขาเป็นฝ่ายทักทายมาก่อนบ้าง เส้นชัยก็รอคุณอยู่แค่เอื้อม
2. เขาจะมีข้อมูลคุณอยู่บ้าง โดยที่คุณแทบจะไม่เคยปริปากบอก เช่น เคยเรียนอะไรมา หรือว่าทำงานที่ไหน เพราะเขามักจะทำการบ้านมาดี! และอยากรู้ข้อมูลเชิงลึกของคุณมากขึ้น อาจจะชวนคุยด้วยเรื่องอื่นๆ หรือสิ่งที่ยังไม่รู้อยู่บ่อยๆ เพื่อตรวจดูให้แน่ใจ ว่าเริ่มต้นได้ไม่ผิดคน 3. เขาอยากรู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ หรือกิจกรรมที่คุณสนใจ ถ้าเขาถามคุณมาทำนองว่า “กำลังทำอะไรอยู่” หรือกดไลค์สิ่งที่คุณแทบจะทุกรูป แสดงว่าเขาก็มีแนวโน้มสนใจในคุณอยู่บ้างแล้วล่ะ
4. จดจำเหตุการณ์ระหว่างคุณกับเขาได้ บางคำพูดหรือบางเหตุการณ์ คุณอาจหลงลืมไปแล้ว แต่เขาก็เก็บนำมาเล่าได้ เหมือนว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกี้นี้
5. เขาจะแคร์ความรู้สึกของคุณ ใส่ใจในเรื่องที่คุณเล่า เพื่อเก็บรายละเอียดวิธีคิด เพื่อหวังพิชิตใจในสิ่งที่คุณชอบ ตอบโจทย์ในสิ่งที่คุณเป็น จนบางทีเหมือนไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ ทั้งๆ ที่มี! นั่นก็คือให้อิสระ หรือเห็นพ้องต้องด้วยมากกว่าที่จะขัดคอ เพื่อให้รู้สึกว่ามีคนคอยอยู่เคียงข้าง
6. จากข้อ 5 บางทีก็ดูเป็นเชิงรับมากเกินไปหน่อย บางคนจึงใช้วิธีอยากให้คุณจดจำเขาได้ ด้วยการแซว ยียวน หรือตัดสินใจโชว์เหนือ อวดภูมิมันไปซะเลย(เวิร์กไม่เวิร์กก็แล้วแต่คน) นั่นเพราะเขาอยากทำให้คุณอารมณ์ดีและมีความสุข เพื่อให้คุณจดจำเขาได้
7. เขาอาจจะไม่มองคุณเมื่ออยู่ใกล้ แต่เลือกที่จะสบตาคุณในระยะไกล หรือไม่ก็จะกลายเป็นคนสุภาพขึ้นมาทันที แต่เขาจะรู้สึกดีมากกว่าที่จะหนีไปจากที่ตรงนั้น ถ้าหน่วงๆ หรือถ่วงเวลาไว้ได้ก็จะทำ แม้ถูกตัวเขาก็ไม่ถือสา เพราะเขาเองก็อาจหาโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดคุณแบบเนียนๆ อยู่เหมือนกัน!