
ใช้มือขวาจับภาชนะที่เทน้ำแล้วเริ่มเทน้ำลงไป โดยเริ่มกรวดน้ำขณะที่พระท่านขึ้นต้นบทสวดว่า ?ยะถา วะริวะหาปูรา…?
โดยเทน้ำไปเรื่อยๆไม่ให้ขาดสาย
ขณะที่เทน้ำนั้นก็ให้ตั้งจิตอุทิศบุญที่ทำนั้นส่งให้ผู้ที่ต้องการจะให้โดย
ไม่ต้องกังวลถึงสิ่งใด
ระวังอย่าให้จิตส่ายและไม่ต้องกลัวว่าพระจะสวดจบบทกรวดน้ำเสียก่อน
เพราะสิ่งสำคัญในการส่งบุญก็คือจิตที่แน่วแน่เป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ส่วนมืออีกข้างที่ไม่ใช้กรวดน้ำอีกข้างระวังอย่าเอามือหรือนิ้วไปขวางทาง
น้ำที่ไหล
เพราะจะเป็นการปิดกั้นกระแสบุญไม่ให้ไหลอย่างสะดวกและมีผู้ปฏิบัติผิดๆเช่น
นี้อยู่มากมาย
อย่างไรก็ตามถ้าหากไม่สามารถหาน้ำมากรวดให้ได้ทันก็ใช้วิธีการกรวดแห้งก็ได้
คือใช้จิตที่ตั้งมั่นแล้วนั้นเป็นการส่งบุญ
บุญนั้นย่อมส่งถึงตัวผู้ที่เราปรารถนาให้ได้รับเช่นเดียวกัน
การรับพรพระ คือ
อาการที่ผู้ที่ทำบุญนั้นได้แสดงความนอบน้อมทั้งกายและใจ รับความปรารถนาดี
ที่พระภิกษุสงฆ์ตั้งจิตที่มีเปี่ยมด้วยความเมตตาปรารถนาให้ผู้ให้ทานนั้นมี
ความสุข ทำการสวดประสิทธิ์ประสาท
ให้ผู้ทำบุญได้รอดพ้นจากอันตรายภัยพิบัติทั้งหลาย และเจริญด้วยอายุ (ชีวิต) วรรณะ (ฐานะ) สุขะ (สุขภาพดี) พละ (กำลังกายและกำลังใจ) เป็นต้น
บทที่พระท่านเริ่มสวดให้พรสำหรับการตักบาตรทำบุญทั่วไปก็คือ ?สัพพีตีโย วิวัชชันตุ….? โดยขณะรับพรก็ให้น้อมจิตตั้งมั่นรับอย่างมีสมาธิจนกว่าท่านจะสวดให้พรจบ

การรับพรพระที่ดีนั้น ?หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ? ครูบาอาจารย์คนสำคัญท่านได้ให้แนะนำในการ ตั้งจิตเพื่อรับพรว่า ?ข้าพเจ้าขอรับพรที่ได้นี้ขอให้ติดตามข้าพเจ้าตลอดไปในชาตินี้ชาติหน้า?
เสร็จแล้วก็อธิษฐานเรียกพระเข้าตัว
เป็นอันเสร็จสิ้นการทำบุญตักบาตรโดยสมบูรณ์
ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันและเป็นประโยชน์กับ
ผู้ที่แสวงบุญเพื่อให้ได้รับผลบุญนั้นได้มากที่สุด