
1. กล้วย
กล้วยมีแร่ธาตุและวิตามินสูง
อีกทั้งยังเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลจากธรรมชาติที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที
และคาร์โบไฮเดรตช่วยเติมพลังให้กับร่างกายแบบไม่ต้องพึ่งพาแป้งหรือน้ำตาล
ชนิดอื่น ๆ
ขณะที่โพแทสเซียมในกล้วยก็ยังช่วยรักษาระดับความดันโลหิตให้เป็นปกติ
ยังไม่นับรวมไฟเบอร์ที่พบได้ในผลไม้เกือบทุกชนิด

2. เกรปฟรุต
ผลไม้อุดมไปด้วยวิตามินซีชนิดนี้
เหมาะจะเป็นผลไม้สำหรับมื้อเช้าเพื่อคนลดน้ำหนัก
เพราะมีการศึกษาพบว่าการรับประทานเกรปฟรุตครึ่งผลก่อนรับประทานอาหารจะช่วย
ให้น้ำหนักลดลงไวกว่าปกติ และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและอินซูลินในเลือดได้
รวมทั้งระบบการเผาผลาญไขมันก็จะทำงานได้มากขึ้น
ขณะที่วิตามินซีในเกรปฟรุตก็ยังทำหน้าที่สร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกัน
และความฉ่ำของเกรปฟรุตก็ยังช่วยเติมน้ำให้กับร่างกายไม่ทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ
ในตอนเช้าด้วย
แต่สำหรับใครที่อยู่ในช่วงการใช้ยาเพื่อรักษาอาการบางอย่าง
ควรระมัดระวังไว้หน่อย
เพราะสารอาหารที่อยู่ในเกรปฟรุตอาจมีผลข้างเคียงกับยา
ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนซื้อเกรปฟรุตมารับประทาน

3. บลูเบอร์รี
ไม่ว่าจะเป็นบลูเบอร์รีสดหรือแช่แข็ง
ผลไม้ชนิดนี้ก็ยังคงมีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีเกินคาด
ไม่ว่าจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่อย่างมากมาย
โดยมีการศึกษาพบว่าคนที่รับประทานบลูเบอร์รีเป็นประจำจะมีความจำและทักษะการ
เคลื่อนไหวที่ดี ความดันโลหิตเป็นปกติ
และระบบเผาผลาญของร่างกายก็จะทำงานดีตามไปด้วย
นั่นก็เป็นเพราะสารแอนโธไซยานิน (Anthocyanin) ที่ในบลูเบอร์รี่นั่นเอง
นอกจากนี้บลูเบอร์รียังมีแคลอรีต่ำ ช่วยลดน้ำหนักได้

4. แตงโม
แตงโม ผลไม้ฉ่ำน้ำชนิดนี้จะช่วยเติมความชุ่มฉ่ำให้กับคุณในยามเช้า
อีกทั้งสารไลโคปีนที่อยู่ในแตงโม อันเป็นสารอาหารที่พบได้ในอาหารที่มีสีแดง
ก็ยังช่วยในการมองเห็น บำรุงสุขภาพหัวใจ และป้องกันโรคมะเร็ง
แถมยังมีแคลอรีต่ำ ไฟเบอร์สูง
เหมาะจะเป็นอาหารเช้าสำหรับคนลดน้ำหนักอย่างที่สุด
แต่ก็ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ
เพราะไฟเบอร์ในแตงโมหากรับประทานมากเกินไปอาจทำให้ถ่ายท้องได้

5. สตรอว์เบอร์รี
ผลไม้ในตระกูลเบอร์รีอีกชนิดที่อัดแน่นไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
การรับประทานสตรอว์เบอร์รีเพียง 1
ถ้วยก็ทำให้เราได้รับปริมาณวิตามินซีเทียบเท่ากับความต้องการต่อวัน
โดยไม่ต้องกังวลในเรื่องของแคลอรี ไม่เพียงเท่านั้น
ในสตรอว์เบอร์รียังมีกรดโฟลิก และไฟเบอร์ซึ่งช่วยในระบบขับถ่าย
แก้ปัญหาท้องผูก

6. แคนตาลูป
หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่ทราบว่าแคนตาลูปเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี
การรับประทานแคนตาลูป 1/4
ของผลก็ทำให้เราได้รับวิตามินซีในปริมาณเท่าความต้องการของร่างกายในแต่ละ
วัน โดยให้พลังงานแค่ 50 แคลอรี
นอกจากนี้ในแคนตาลูปก็ยังมีวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตาและบำรุงผิวอีกด้วย

7. กีวี
กีวี ม่เพียงช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นแล้ว
แต่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการแบบเน้น ๆ อาทิ วิตามินซี โพแทสเซียม ทองแดง
และไฟเบอร์ที่มีสูงกว่ากล้วย
จึงทำให้ผลไม้ชนิดนี้ดีกับสุขภาพอย่างไม่ต้องสงสัย
โดยเฉพาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย ทั้งท้องผูกหรือลำไส้แปรปรวน
หากรับประทานกีวีอย่างน้อยวันละ 2 ผลเป็นประจำ
จะช่วยให้อาการท้องผูกลดลงได้อย่างน่าอัศจรรย์

8. ราสเบอร์รี
ราสเบอรีผลไม้ในตระกูลเบอร์รีนอกจากจะมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระที่มี
เยอะทัดเทียมกับผลไม้ในกลุ่มเดียวกันแล้ว ยังมีไฟเบอร์ วิตามินซี
และวิตามินเคที่ช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง

9. ส้ม
ส้มไม่ว่าจะรับประทานแบบสด ๆ หรือคั้นเป็นน้ำผลไม้
ส้มก็ยังคงอุดมไปด้วยคุณค่าอย่างมหาศาล เพราะไม่เพียงแค่วิตามินซีสูง
แต่ยังมีวิตามินดีที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน โรคซึมเศร้า
และโรคมะเร็งได้ด้วย
ยังไม่รวมถึงไฟเบอร์ที่มีมากมายที่ช่วยลดอาการท้องผูก
และทำให้อิ่มนานขึ้น แต่ก็ต้องระวังอย่ารับประทานเยอะจนเกินไป
เพราะส้มเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลและแคลอรีสูง อย่างน้อยแค่เช้าละ 1 ผล
หรือจะรับประทานเป็นน้ำส้มคั้นสดก็ดีเช่นกัน

10. แครนเบอร์รี
แครนเบอร์รีเป็นผลไม้ที่ช่วยยับยั้งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย
โดยเฉพาะการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ช่วยบำรุงระบบหัวใจและหลอดเลือด
นอกจากนี้ในด้านการรักษาโรคมะเร็ง
แครนเบอร์รียังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของยาที่ใช้การรักษาโรคมะเร็งรังไข่
อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าสูงมากเลยทีเดียว
แต่ทว่าเจ้าแครนเบอร์รีก็เป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลและแคลอรีสูงเช่นกัน
ดังนั้นจึงควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ จะได้ไม่กระทบถึงระดับน้ำตาลในเลือด

ข้อมูลจาก ครอบครัวข่าว 3