SiamCosme.com ใช้งานคุ้กกี้บนเว็บไซต์นี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานของท่าน ท่านตกลงใช้งานคุ้กกี้เพื่อใช้งานเว็บไซต์ต่อไป
Accept
SiamCosmeSiamCosme
Font ResizerAa
  • บิวตี้
  • เครื่องสำอาง
  • อาหารเสริม & สุขภาพ
  • แฟชั่น
  • ทรงผม
  • ดูดวง
  • ความรัก
  • ไลฟ์สไตล์
Font ResizerAa
SiamCosmeSiamCosme
  • บิวตี้
  • เครื่องสำอาง
  • อาหารเสริม & สุขภาพ
  • แฟชั่น
  • ทรงผม
  • ดูดวง
  • ความรัก
  • ไลฟ์สไตล์
SiamCosme » อาหารเสริม & สุขภาพ » 13 สัญญาณว่าคุณกำลังขาดวิตามินบี 1 รู้ให้ทัน ป้องกันการเสียชีวิต
อาหารเสริม & สุขภาพ

13 สัญญาณว่าคุณกำลังขาดวิตามินบี 1 รู้ให้ทัน ป้องกันการเสียชีวิต

SiamCosme อาหารเสริม & สุขภาพ 16 Views
Share
3 Min Read

    การขาดวิตามินบี 1 สังเกตได้จากอาการเหน็บชา ทว่านอกจากนั้นแล้วยังอาจมีสัญญาณอันตรายต่อสุขภาพที่ควรต้องใส่ใจมากขึ้นก่อนจะสายเกินไปด้วย


วิตามินบี 1 มีบทบาทความสำคัญที่มากกว่าหลาย ๆ คนเข้าใจ
เพราะอย่างที่รู้กันว่าหากขาดวิตามินบี 1 ขึ้นมา
โรคเหน็บชาจะเตือนให้เราต้องเติมวิตามินบี 1 ให้ร่างกายมากขึ้น
ซึ่งสิ่งที่อยากให้รู้เพิ่มขึ้นอีกนิดก็คือ สัญญาณของการขาดวิตามินบี 1
ไม่ได้มีแค่อาการเหน็บชาเท่านั้น แต่ยังมีอาการอื่น ๆ
ที่ต้องใส่ใจให้ดีด้วย ไม่อย่างนั้นภาวะขาดวิตามินบี 1
อาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้เลย

วิตามินบี 1 ช่วยอะไร ?

บทบาทหน้าที่ของวิตามินบี 1 หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่าไธอะมิน (Thiamine)
คือ ช่วยเสริมการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน
เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานร่างกาย ให้มีแรงทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้
รวมทั้งยังมีส่วนสำคัญต่อระบบประสาท
โดยเฉพาะในด้านนำกระแสความรู้สึกของเส้นประสาททุกส่วนในร่างกาย
กระตุ้นการทำงานของหัวใจ และทางเดินทางอาหาร

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ได้ให้ข้อมูลว่า ในคนปกติจะมีวิตามินบี 1 สะสมอยู่ในร่างกาย
โดยเฉพาะในกล้ามเนื้อ และมีอยู่บ้างในสมอง หัวใจ ตับ ไต แต่หากเกิดภาวะขาดวิตามินเมื่อใด ร่างกายจะดึงเอาวิตามินที่สะสมไว้ในร่างกายออกมาใช้ ซึ่งจะหมดไปภายใน 1 เดือน และเริ่มมีอาการต่าง ๆ ปรากฏให้เห็น

หากร่างกายเกิดภาวะขาดวิตามินบี 1
อาการเบื้องต้นเลยก็คือจะทำให้เป็นโรคเหน็บชา ซึ่งภาวะขาดวิตามินบี 1
สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และยิ่งเกิดกับเด็กทารกยิ่งต้องระวัง
เพราะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเสียชีวิตค่อนข้างสูง

ขาดวิตามินบี 1 อาการอะไรบอกได้บ้าง ?

   อาการขาดวิตามินบี 1 ที่สังเกตได้ชัดว่าร่างกายกำลังร้องหาวิตามินบี 1 สามารถดูได้จากสัญญาณดังต่อไปนี้

1. อาการเหน็บชาปลายมือ ปลายเท้า อาจรู้สึกแปล๊บ ๆ ร่วมด้วย
2. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
3. เบื่ออาหาร
4. ท้องอืด ท้องผูก
5. เป็นตะคริวบ่อยขึ้น
6. ปวดน่อง
7. แขนขาไม่มีแรง
8. หอบเหนื่อย
9. ปัสสาวะน้อยลง
10. อารมณ์แปรปรวน
11. น้ำหนักลด
12. หัวใจเต้นผิดจังหวะ
13. หัวใจล้มเหลว

ทั้ง
นี้สัญญาณของการขาดวิตามินบี 1 จะขึ้นอยู่กับปริมาณการขาดวิตามินบี 1
ของแต่ละบุคคล ซึ่งหากมีภาวะขาดวิตามินบี 1 เพียงเล็กน้อย
อาจเกิดโรคเหน็บชา และอ่อนเพลียให้รู้สึกบ้าง

ทว่าในรายที่ขาดวิตามินบี 1 มาก จะมีอาการทางระบบประสาท เช่น แขนชา ขาชา
อาจมีอาการทางสมอง ตากระตุก ตาเหล่ เดินเซ อาเจียน จนมีอาการซึม
อาจกระทบไปถึงการทำงานของระบบหัวใจ ทำให้เกิดอาการหอบเหนื่อย
เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวจนถึงแก่ชีวิตได้
หรือหากเลือดไปเลี้ยงส่วนใดของร่างกายไม่เพียงพอ ก็อาจเกิดปัญหาที่ระบบนั้น
เช่น ไตวาย


นอกจากนี้ยังควรต้องระวังภาวะขาดวิตามินบี 1 ในเด็กทารก
ซึ่งพบบ่อยในเด็กทารกอายุประมาณ 2-3 เดือน ที่กินนมแม่
โดยที่แม่ก็มีภาวะขาดวิตามินบี 1 อยู่กับตัว ทำให้เด็กทารกได้รับวิตามินบี 1
ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายไปด้วย

โดยสัญญาณขาดวิตามินบี 1 ในเด็กทารกอาจดูได้จากอาการหน้าเขียว หอบเหนื่อย
ตัวบวม หัวใจเต้นเร็ว ร้องเสียงแหบหรือไม่มีเสียง
ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที
เด็กอาจเสียชีวิตได้ภายใน 2-3 ชั่วโมงเลยนะคะ

ขาดวิตามินบี 1 เกิดจากอะไร

   เราจะเกิดภาวะขาดวิตามินบี 1 ได้จากสาเหตุดังนี้ค่ะ


การรับประทานวิตามินบี 1 ไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ซึ่งอาจเกิดจากภาวะอดอยาก หรือการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสัดส่วน
ทำให้ได้สารอาหารไม่ครบถ้วน

รับประทานอาหารที่มีสารทำลายวิตามินบี 1 มากกว่าอาหารที่มีวิตามินบี 1


ภาวะทางสรีระวิทยา เช่น เด็กในวัยเจริญเติบโต หญิงมีครรภ์ หญิงให้นมบุตร
หรือผู้ที่ทำงานหนัก ซึ่งร่างกายจะมีการเผาผลาญมากขึ้น
ทำให้ต้องการวิตามินบี 1 เพิ่มขึ้นไปด้วย

โรคเรื้อรัง อย่างโรคติดเชื้อ โรคพิษสุราเรื้อรัง การผ่าตัด ภาวะเครียด หรือผู้ที่มีภาวะการทำงานของต่อมไทรอยด์หนัก ๆ


ภาวะร่างกายลดการดูดซึมวิตามินจากลำไส้
ซึ่งอาจเกิดได้กับผู้ที่มีอาการท้องร่วง ผู้ที่ขาดสารอาหารเรื้อรัง
เป็นโรคตับเข็ง หรือกำลังใช้ยาขับปัสสาวะ

ขาดวิตามินบี 1 ต้องกินอะไร? หาทานได้จาก…

ร่าง
กายจะได้รับวิตามินบี 1 จากธัญพืช ข้าวโพด ข้าวซ้อมมือ โฮลเกรนต่าง ๆ เช่น
ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ลูกเดือย ซีเรียล รวมทั้งเนื้อหมู ไข่แดง ตับ
โยเกิร์ต นม มันฝรั่ง ส้ม มะเขือเทศ และถั่วชนิดต่าง ๆ

ซึ่งนอกจากวิตามินบี 1 ที่หาได้จากอาหารเหล่านี้แล้ว
ยังมีอาหารที่กินเข้าไปแล้วอาจจะต้านการรับวิตามินบี 1 เข้าสู่ร่างกายด้วย
ซึ่งก็ควรต้องระวังด้วยค่ะ

อาหารที่มีสารทำลายวิตามินบี 1

        แม้จะรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี 1 เข้าไปมากแค่ไหน แต่
หากกินอาหารที่มีสารทำลายวิตามินบี 1 เช่น ข้าวขัดสี มันสำปะหลัง เมี่ยง
หมากพลู ปลาร้า ชา ปลาน้ำจืด หอยลาย หอยแมลงภู่ หอยกาบ อาหารดิบ ๆ เช่น
กุ้งดิบ เนื้อสัตว์ดิบ มากเกินไป
ร่างกายก็มีโอกาสเกิดภาวะขาดวิตามินบี 1 ได้เช่นกันนะคะ

ดังนั้นหากสงสัยว่าตัวเองมีภาวะขาดวิตามินบี 1
ก็พยายามเลี่ยงอาหารเหล่านี้ไปก่อน
และควรจะปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางเลือกอื่นในการเสริมธาตุอาหารสำคัญให้ร่าง
กายอย่างครบถ้วนและปลอดภัย

การรักษาอาการขาดวิตามินบี 1 ทำได้โดย…


รับประทานอาหารที่มีวิตามินบีสูง อย่างข้าวซ้อมมือไม่ขัดสี ไข่แดง ตับ
เครื่องในสัตว์ โยเกิร์ต นม ถั่ว
และพยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารทำลายวิตามินบี 1 อย่างหมาก พลู ชา ปลาร้า
และปลาน้ำจืดบางชนิดด้วย


ในเคสที่มีอาการโรคเหน็บชารุนแรง ทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก
อาจรักษาอาการขาดวิตามินบี 1 ได้ด้วยการฉีดไธอะมินปริมาณสูงสุดที่ 100
มิลลิกรัม (ขนาดของไธอะมินขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์)
เข้าสู่เส้นเลือดดำ ซึ่งนับว่าเป็นการรักษาที่ให้ผลได้อย่างเต็มที่ในทันที

วิตามินบี 1 ต้องกินเท่าไรถึงเรียกว่าเพียงพอ ?

การกำหนดค่าปริมาณไธอะมินอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวัน (Dietary Reference
Intake, DRI) ของประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา เมื่อปี ค.ศ. 2000
ได้กำหนดค่าประมาณของความต้องการไธอะมินที่ควรได้รับประจำวัน (Estimated
Average Requirement, EAR) ไว้ที่ 1.0 มิลลิกรัมต่อวันสำหรับผู้ชาย
และวิตามินบี 1 ปริมาณ 0.9 มิลลิกรัมสำหรับเพศหญิง

ทั้งนี้สำหรับหญิงตั้งครรภ์และหญิงที่ให้นมบุตร
ควรเพิ่มปริมาณการรับวิตามินบี 1 ให้มากกว่าปกติอีก 0.3 มิลลิกรัม
เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของสภาวะร่างกายในขณะนั้น

และสำหรับเด็กทารกวัย 6-8 เดือน ควรได้รับวิตามินบี 1 จำนวน 0.3 มิลลิกรัม
ส่วนเด็กแรกเกิดจนถึงวัย 5 เดือน ควรได้รับวิตามินบี 1
จากน้ำนมแม่ในอัตราส่วน 0.2 มิลลิกรัม
ซึ่งก็หมายความว่าคุณแม่ต้องมีวิตามินบี 1
ในร่างกายที่เพียงพอสำหรับลูกน้อยด้วยนั่นเอง


ขอย้ำอีกครั้งว่าภาวะการขาดวิตามินบี 1 เราสามารถป้องกันได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
ด้วยการรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี 1 สูง
หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารทำลายวิตามินบี 1
และพยายามรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่
เพราะการขาดสารอาหารก็เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดภาวะขาดวิตามินบี 1 ได้
และอาจส่งผลกระทบที่อันตรายต่อสุขภาพได้เลยล่ะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กรมอนามัย เดลินิวส์ 
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
FIT DAY

Share This Article
Facebook Twitter Copy Link Print

ตรวจอสุจิ ราคาเท่าไร มีวิธีการเตรียมความพร้อมอย่างไร ?

ประจำเดือนมีกลิ่นผิดปกติไหม ? เช็กอาการเบื้องต้นด้วยตัวเอง

แนะนำ

6 อาหารเสริมหน้าใส ยี่ห้อไหนดี 2025 หน้าไร้สิว ออร่ากระจาย

Tags: อาหารเสริม อาหารเสริม ยี่ห้อไหนดี อาหารเสริมหน้าใส อาหารเสริมหน้าใส ยี่ห้อไหนดี

หลังทานข้าวเสร็จ ห้ามทำแบบนี้เด็ดขาด

10 เหตุผลที่ทำให้คุณไม่ผอมสักที รู้แล้วต้องเปลี่ยน !

ลด ละ เลิก! เครื่องดื่มที่ทำให้อ้วน หยุดดื่ม หยุดเพิ่มพุง

7 ทิป แก้หิวแหลก โหยอาหาร ก่อนเป็นประจำเดือน

3 สูตรไดเอท ลดน้ำหนัก สุดฮิตของสาวญี่ปุ่น

6 ท่าออกกำลังกายเพื่อหุ่นเฟิร์มที่สามารถทำเองได้ที่บ้าน

7 วิธีรีเฟรชตัวเองให้สดชื่นภายใน 5 นาที เปลี่ยนจากลุคโทรมเป็นลุคปัง!

ติดต่อเรา [email protected]
Welcome Back!

Sign in to your account

Lost your password?