
หลังจากสุ่มถามกลุ่มตัวอย่างทั้งเพศหญิงและเพศชายต่อ เทศกาลวันแห่งความรัก นอกจากความเป็นเพศที่แตกต่างกันทำให้เห็นค่าความสำคัญไม่เหมือนกันแล้ว สถานภาพตอนคบใหม่ๆ คบนานๆ หรือถึงขั้นอยู่กินเป็นสามีภรรยาแล้ว ยังมีส่วนทำให้มุมมองแตกต่างกันอีกด้วย >>วันวาเลนไทน์สำคัญไหม ?

มุมมองผู้หญิง: แค่ ?แฟน? เห็นความสำคัญมาก ขณะที่ขึ้นชื่อว่า ?เมีย? กลับเฉยๆ สาวๆ ที่มีแฟนแล้วล้วนบอกกับเลดี้ แมเนเจอร์เป็นเสียงเดียวว่า วันวาเลนไทน์สำคัญสิ เพราะชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นวันแห่งความรัก ถ้าแฟนหนุ่มละเลย ทำเป็นไม่สนใจ ไม่ยอมทำอะไรเลย แสดงว่าเขาอาจคุยกับคนอื่นอยู่ด้วย โดยปฏิกิริยาก็จะงอน และเคือง เพราะไม่แน่ใจว่าเราเป็นคนพิเศษของเขาหรือเปล่า เขาจะจริงจังรักเราไหม ฯลฯ ทว่าสาวที่มีแฟนคบกันมานานกับสาวที่แต่งงานขึ้นสถานภาพว่ามีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้ว กลับตอบคล้ายๆ กันว่า เฉยๆ ไม่ให้ความสำคัญเท่าไร เนื่องจากคบหาอยู่กินกันมานานแล้ว วันเกิดซิสำคัญกว่า หากแฟนหนุ่มสามีทำเฉย จำไม่ได้ มีออกอาการเป็นเรื่องแน่! ถึงกระนั้น แม้สาวกลุ่มนี้จะบอกว่า วันวาเลนไทน์ไม่สำคัญ ไม่มีดินเนอร์โรแมนติก ไม่มีของขวัญเซอร์ไพรส์ ก็ไม่เป็นไร แต่มีข้อแม้ค่ะว่า ผู้ชายของนางต้องอยู่กับนางในวัน V-Day ห้ามออกไปลัลล้าคนเดียว เพราะนั่นทำให้ไม่มั่นใจว่าแอบไปกิ๊กฉลองหวานกับใครหรือเปล่า มุมมองผู้ชาย: ไม่ว่าจะ ?แฟน? หรือ ?สามี? บอกไม่เห็นสำคัญเลย เรียกว่าตอบเหมือนกันเป๊ะว่า ไม่เห็นจะมีความสำคัญอะไรเลย ถ้าจะแสดงความรัก แสดงวันไหนก็ได้ กรณีจีบใหม่ๆ หนุ่มตอบแบบไม่แอ๊บว่า พาไปกินข้าวดูหนังเพื่อเอาใจแฟนสาว เพราะพวกผู้หญิงจะปลื้มและอินมาก ทว่าพอคบไปนานๆ หรือแต่งงานกันแล้ว ขอกลับไปใช้ต่อมความเป็นเพศชาย ไม่จำเป็นต้องแสดงความรักอะไรเป็นพิเศษในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ทำไมต้องไปแย่งกันกินข้าวในร้าน แย่งกันซื้อตั๋วดูหนังในวันนั้นด้วย ************* >>?อยากได้อะไรเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ ? ความจริงที่แตกต่าง เมื่อถามหญิงชายว่าอยากได้อะไรเป็นของขวัญในวันแห่งความรัก สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจะเป็นแนวโรแมนติก มีความหมาย ตรงกันข้ามกับผู้ชาย ซึ่งต้องการของใช้แนวหรูล้ำ นำมาใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ผู้หญิง: อันดันแรก -> ดอกไม้ อันดับรอง -> ดินเนอร์มื้อหวาน ผู้ชาย: อันดับแรก -> นาฬิกาข้อมือ อันดับรอง -> อุปกรณ์ไอที